อันตรายของโรคกรดไหลย้อนหากไม่รักษา

อันตรายของโรคกรดไหลย้อนหากไม่รักษา
กรดไหลย้อนในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากปล่อยปะละเลยไม่สนใจให้หายเอง ก็จะยิ่งทำให้กรดไหลย้อนนั้ก่อให้เกิดแผลในหลอดอาหาร หรือหลอดอาหารตีบ ทำให้การกลืนอาหารลำบากขึ้น กลืนอาหารรู้สึกติด กลืนลำบาก หรือในบางรายจากกรดไหลย้อน แผลในหลอดอาหาร ก็อาจถึงขั้นเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารเลยก็ได้ เพราะหลอดอาหารส่วนปลายมีการสัมผัสกับกรดมากเกินไป ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

โรคกรดไหลย้อนกับการซื้อยารับประทานเอง
การซื้อยาตามร้านขายยามารับประทานเอง ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร ถือเป็นการดูแลตัวเองในเบื้องต้น แต่จะให้ดีควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัดว่าเป็นโรคใด เพราะในปัจจุบันโรคต่างๆ ได้พัฒนาขึ้น และมีอาการใกล้เคียงกันมาก วึ่งอาจจะไม่ได้แปลว่าอาการที่รู้สึกเป็นอาการกรดไหลย้อนเสมอไป ดังนั้น การซื้อยาลดกรดมารับประทานแม้จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเสมอไป เพราะยาต่างๆ ถ้ารับประทานนานๆ หรือบ่อยๆ ก็คงไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแน่นอน

การตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน
ผู้ป่วยที่มีอาการจำเพาะเจาะจงกับกรดไหลย้อน เช่น แสบร้อนกลางหน้าอก เรอเปรี้ยวในระยะแรกอาจไม่ต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาลดกรดคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยที่หากมีการตอบสนองต่อการรักษาดี ก็มีโอกาสที่จะสรุปวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน

แต่หากรักษาเบื้องต้นโดยการให้ทานยาลดกรด กับปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่หาย หรืออการคงเดิม ก็ต้องทำการตรวจขั้นตอนต่อไป โดยการตรวจที่แนะนำ คือ การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนบนเพื่อดูว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ ในกรณีที่ต้องการผลการวินิจฉัยที่แน่นอนเพื่อวางแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจวัดกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ล้างมือบ่อยๆ เพื่อสุขอนามัย เพื่อสุขภาพ และป้องกันโรค

“ล้างมือสักนิดเพื่อพิชิตสุขภาพ” ประโยคที่ไม่ได้พิมมาแค่ให้อ่านคล้องจองกันเท่านั้น แต่มันคือเรื่องจริง ที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิง เพราะนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า “จากข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ พบว่าในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 3.5 ล้านคน และโรคปอดบวมประมาณ 25% เพราะฉะนั้นการล้างมือที่ถูกต้องตามวิธีบัญญัติจะเป็นการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อีกทางหนึ่ง โดยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ถึง 50% การล้างมือจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพอนามัยที่ดี”
ในขณะที่ทั่วโลกมีความเป็นห่วงในเรื่องของการล้างมือการหยิบจับอะไรเข้าปาก แต่ประเทศไทยก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการล้างมือให้สะอาดเพียงพอ โดยนายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการสำรวจคนไทยโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 512 คน พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีพฤติกรรมมือสะอาด คือล้างมือฟอกสบู่ติดเป็นนิสัย กระทำทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำห้องส้วม และก่อนรับประทานอาหาร 25% หรือ 1 ใน 4 คน ส่วนใหญ่คือ 72% หลังเข้าห้องน้ำจะล้างมือบ้างไม่ล้างมือบ้าง และไม่เคยล้างมือเลย 3% ซึ่ง 2 กลุ่มหลังนี้ มีความเสี่ยงติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับมือ ไปสู่คนอื่นได้

หากเราไม่ล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำและก่อนทานอาหาร จะเกิดโรคอะไรขึ้นบ้างนะ กับ 8 โรคอันตรายหากไม่ “ล้างมือ”
1. โรคอุจจาระร่วง
เกิดขึ้นจากเชื้อโรคหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เชื้ออีโคไล ที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสที่ปนเปื้อนอยู่ในอุจจาระ สามารถปนเปื้อนมากับวัตดุดิบที่นำมาปรุงอาหาร และการสัมผัสจากมือที่หยิบจับอาหาร วัตถุดิบที่มีเชื้อไวรัสปะปน ไม่ได้ทำความสะอาดให้ดีพอ

2. โรคตับอักเสบชนิดเอ
และนี่คืออีกโรคที่เชื้อโรคพบอยู่ในอุจจาระ โรคตับอักเสบชนิดเอจะอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วย โดยสามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยเชื้อเข้าสู่ปาก ซึ่งอาจมาจากการหยิบจับอาหารเข้าปากโดยตรง
3. โรคบิด
เกิดจากการไม่ทำความสะอาดมือหลังจากถ่ายอุจจาระ การแพร่เชื้อโดยการสัมผัสทางตรงกับสิ่งของต่าง ๆ หรือสัมผัสทางอ้อมกับอาหาร ส่วนการแพร่เชื้อผ่านทางน้ำและอาหารโดย แมลงสาบ และแมลงวัน เกิดขึ้นได้จากสัตว์เหล่านี้นำเชื้อมาปนเปื้อน

4. โรคอหิวาตกโรค
เกิดโดยตรงกับการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อที่มีชีวิตปนอยู่ โดยเชื้อโรคตัวนี้มีความทนทานมากสามารถอยู่ในน้ำได้เป็นเวลานาน และผู้ที่ชอบบริโภคอาหารทะเลดิบ กึ่งดิบกึ่งสุก ก็สามารถน้ำเชื้อโรคตัวนี้เข้าสู่ร่างกายได้ และการใช้มือสัมผัสอาหารดิบ หรือน้ำที่มีเชื้อ จับต้องสัมผัสอาหารอื่นๆ รวมถึงจานชามช้อนส้อม

5. โรคมือเท้าปาก
โรคมือเท้าปากระบาดมากในเด็กเล็ก เพราะติดต่อโดยการสัมผัส น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ป่วยโดยตรง หรือทางอ้อม เช่น สัมผัสผ่านของเล่น มือผู้เลี้ยงดู น้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ กับผู้ใหญ่ที่ดูแลความสะอาดของมือไม่ดีพอ ก็สามารถติดเชื้อและเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

6. โรคตาแดง
โรคตาแดงจะพบระบาดหนักในช่วงหน้าฝน แต่จริงๆ แล้วสามารถเกิดได้ทุกฤดูกาล เกิดจากการที่เยื่อบุตาติดเชื้อไวรัส กลุ่มอาดิโนไวรัส สามารถติดต่อจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง โรคตาแดงติดต่อได้ง่ายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มป่วย อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ตาพิการได้

7. กลากเกลื้อน
กลาก และเกลื้อน เป็นคนละโรคกัน แต่สามารถติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้ด้วยการสัมผัส โดยอาจเป็นการสัมผัสจากมือที่รอยกลากเกลื้อนโดยตรง หรือเป็นการติดเชื้อจากการสัมผัสของเชื้อราติดต่อกันจากข้างของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงสิ่งของตามสถานที่สาธารณะ

8. ไข้หวัด
อาจเป็นได้ทั้งไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดประเภทอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดต่อของเชื้อไวรัสที่มาจากการไอ จาม ละอองน้ำลายที่อาจได้รับผ่านอากาศ หรือการไอจามรดมือแล้วมือของผู้ป่วยสัมผัสกับข้างของเครื่องใช้ต่างๆ และอาจเป็นสิ่งของตามสถานที่สาธารณะ เช่น ราวจับบนรถโดยสาร เสา ลูกบิดประตู เป็นต้น

ล้างมือบ่อยแค่ไหน ถึงจะปลอดภัย
ถึงบแม้ว่าบทความนี้จะแนะนำให้ผู้อ่านล้างมือบ่อยๆ เพื่อเอาเชื้อโรคออกจากมือ หรือทำเป็นพฤติกรรม เป็นนิสัย แต่ใช่ว่าเราควรที่จะล้างมือทุกๆ 10 นาที เพราะมันคงจะดูเป็นการลำบากเกินไป และอาจทำให้มือเปื่อยและแห้งโดยไม่รู้ ดังนั้นการล้างมือจึงขอแนะนำเป็นอย่างน้อยผู้อ่านควรล้างมือบ้างในช่วงเวลาดังต่อไปนี้
• หลังเข้าห้องน้ำ ไม่ว่าจะห้องน้ำสาธารณะ หรือห้องน้ำที่บ้านตัวเอง

• ก่อนหยิบจับอาหารเข้าปากโดยตรง

• ก่อนปรุงอาหาร และรับประทานอาหาร แม้ว่าจะไม่ใช้มือจับอาหารโดยตรง แต่มือที่สัมผัสกับเชื้อโรคอาจติดไปกับอุปกรณ์ในการทำอาหาร หรือจานชามช้อนส้อมที่จะใช้ในการรับประทานอาหารได้

• หลังกลับมาจากนอกบ้าน

• หลังคลุกคลีอยู่กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น

• ก่อนสัมผัสกับเยื่อบุผิวหนังในร่างกายของตัวเอง เช่น ล้างมือก่อนใส่คอนแทคเลนส์ ขยี้ตา แคะจมูก ดูดนิ้ว หรือสัมผัสกับแผลของตัวเอง

Artichoke สมุนไพรบำรุงตับที่ยิ่งรู้จักยิ่งรักมากขึ้น

 

วัคซีนป้องกันตับ

ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่วงการแพทย์มีการพัฒนาเฟื่องฟูอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกถ้าโรคภัยสมัยนี้จะมีการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ และหนึ่งในนั้นก็คือการบำรุงตับเพื่อให้ตับแข็งแรง ด้วยการกินสมุนไพร Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ นอกจากวิธีนี้แล้ว ยังมีอีกหลายวิธีเช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ซึ่งเป็นวัคซีนขั้นพื้นฐานที่สามารถฉีดได้ตั้งแต่เป็นเด็กทารก

แต่คนส่วนใหญ่ชอบมองข้ามไป ละเลยการป้องกันโรคชนิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และคนส่วนใหญ่เช่นกันที่ไม่รับรู้ว่าโรคนี้สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน จึงทำให้คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการป้องกันนั้นป่วยเป็นโรคนี้ได้ง่ายๆ แม้แต่การดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับผู้ติดเชื้อก็สามารถเป็นโรคนี้ได้แล้ว และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือเป็นต้นต่อของภัยร้ายที่ชื่อว่าโรคมะเร็งตับ

ซึ่งอาการสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ แรกเริ่มจะไม่ค่อยแสดงอาการมากนัก หลายคนมักจะรู้ตัวเมื่อสายไปแล้ว หากไม่มีการไปตรวจสุขภาพ หรือหมั่นเช็คร่างกายของตัวเองให้ดีพอ ไวรัสตับอักเสบที่มักพบมากในประเทศไทยคือไวรัสตับอักเสบชนิดบี  ซึ่งเป็นไวรัสที่พบในเลือดและสารคัดหลั่ง และสามารถติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การแพร่จากแม่สู่ลูกตั้งแต่เกิด หากคุณมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยตลอดเวลา ตัวเหลือง ก็จงระวังไว้ว่าเซลล์ตับของคุณเริ่มถูกทำลายแล้วหละ ในทางที่ดี

เราควรจะป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ การฉีดวัคซีน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเบื้องต้น และสามารถฉีดได้ตั้งแต่คุณยังเป็นเด็กทารก แต่หากเริ่มโตแล้ว ก็มีวัคซีนสำหรับวัยรุ่นช่วงอายุ 11-15 ปี ที่มีการให้แบบ 2 เข็ม ระยะห่างกันประมาณ 6 เดือน และสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปี ขึ้นไป จะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ครั้งละ 1 มล. จำนวน 3 ครั้ง โดยทั้งหมดจะสามารถลดการเกิดโรคได้มากกว่า 10 ปี

หลังจากนั้นก็ควรหมั่นดูและรักษาสุขภาพ รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และออกกำลังหายให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อจากผู้อื่น และควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากเป็นโรคร้ายจะได้รักษาได้ทันเวลา แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกไป ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้หลายคนสามารถหายขาดได้เองจากการทำตามที่แพทย์แนะนำ บวกกับการพักผ่อนให้เพียงพอ รู้แบบนี้แล้วก็ไม่ควรที่จะละเลยสุขภาพกันนะ ก่อนที่มันจะสายเกินไปในการดูและตับของเรา