โรคความดันโลหิตสูงกับ 3 สัญญานเตือนภัย

บทความในวันนี้ เราจะมาพูดถึงโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) ซึ่งเรียกได้ว่าเปรียบเหมือนภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเพราะไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน หากไม่ระมัดระวัง และใช้ชีวิตอย่างประมาท ฉะนั้น เราจึงควรมาทำความรู้จักเจ้าโรคนี้ให้ดีก่อนการป้องกัน โดยปกติแล้ว ความดันโลหิต (blood pressure) จะเกิดขึ้นจากการไหลเวียนของเลือดแดงในร่างกาย ซึ่งจะผาดผ่านเส้นเลือดหัวใจแต่ละเส้น จะมีความดันสูงสุดเมื่อหัวใจบีบตัว และความดันต่ำสุดเมื่อหัวใจคลายตัว หากตรวจวัดความดันแล้วพบว่าค่าความดันช่วงบนมากกว่า 140 และค่าความดันช่วงล่างมากกว่า 90 จะถือว่าเกิดภาวะความดันโลหิตสูง (high blood pressure) ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ส่วนอาการของภาวะความดันโลหิตสูงนั้นก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดศีรษะซีกเดียว เลือดกำเดาไหล และยังมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นต้น หากเพื่อนๆ อยากรู้กันแล้วว่า สาเหตุหลักอะไรที่จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ เราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.ขาดการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์ต่อสุขภาพนานาประการ ทั้งช่วยบำรุงระบบหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้เป็นอย่างดี หากเพื่อนๆ ใช้ชีวิตโดยที่ออกกำลังกายเพียงน้อยนิด หรือแทบไม่ได้ออกกำลังเลยก็จะยิ่งเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันโลหิตได้อย่างแน่นอน และจะส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ที่อันตรายตามมา ทั้งโรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจ และหลอดเลือด เพียงเพื่อนๆ หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ก็จะถือเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ต้องหักโหมแล้วค่ะ

2.ทานอาหารไม่มีประโยชน์
หากพูดถึงน้ำอัดลม เฟรนช์ฟราย พิซซ่า ไก่ทอด หรืออาหารสำเร็จรูป แน่นอนว่าจะต้องเป็นลิสต์อาหารสุดโปรดของเพื่อนๆ หลายคนอย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีคุณประโยชน์น้อยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยใช่ไหมคะว่าเป็นอาหารที่เอร็ดอร่อยไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เราอยากแนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วน และดื่มน้ำให้เพียงพอซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากน้ำตาล เกลือ และแคลอรี่ที่อยู่ในอาหารบางชนิดจะยิ่งเพิ่มอัตราความดันโลหิตให้สูงยิ่งขึ้น

3.ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายเป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และการอุดตันของเส้นเลือด ฉะนั้นควรลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอันตรายดังกล่าวนี้

โดยปกติแล้ว ภาวะความดันโลหิตสูงไม่ได้มาจากสาเหตุด้านบนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอายุ และทางพันธุกรรมได้อีกด้วย วิธีการป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงนี้ อันดับแรก เพื่อนๆ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจระดับความดันโลหิตให้ทราบอย่างชัดเจน จากนั้นก็ไม่ลืมที่จะรักษาสุขภาพของตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน สำหรับผัก และผลไม้ที่เหมาะแก่การรับประทานเพื่อลดความดันโลหิตควรจะเป็นผักที่มีแคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียมสูง อาทิ ถั่วขาว เคล อะโวคาโด พริกหวาน มันหวาน เมล็ดควินัว ลูกพีช กล้วย และกีวี ลดปริมาณโซเดียม หรืออาหารที่มีรสจัด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ที่สำคัญ ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีนะคะ

ทริคยับยั้งความหิว หยุดตัวเองไม่ให้กินเยอะ

1. ทานข้าวเช้าให้เป็นปกติ

อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เเต่หลายคนไม่ทราบความจริงในเรื่องนี้ ผู้คนไม่น้อยจึงมักลืมทานอาหารเช้า การไม่ทานอาหารเช้าทำให้เสียสุขภาพอย่างเเรง เพราะนอกจากจะทำให้เช้านี้ของคุณไม่ค่อยสดใส ดูไม่มีเรี่ยวเเรงชีวิตชีวา สมองไม่โลดเเล่นเท่าที่ควรเเล้ว ยังทำให้คุณทานมื้อเที่ยงเเละมื้อเย็นมากเป็นพิเศษเพราะความหิวอีกด้วย ดังนั้นทุกเช้าไม่ควรลืมทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์ อย่างน้อยซีเรียลนมสดสักถ้วยก็ยังดีจ้ะ

2. อย่าเว้นมื้ออาหารนานเกินไป

ระหว่างวันทำงานสำหรับสาวๆหลายคนนี้ยุ่งมากใช่มั้ยล่ะ เราทราบดี เเค่บางครั้งขนาดปวดปัสสาวะยังต้องกลั้นไว้เพราะงานเร่งมาก เรื่องหิวนี้ลืมไปได้เลย เเต่พอถึงเวลาพักเที่ยง เเละเลิกงานเท่านั้นเเหละ ความหิวพรั่งพรูมาทันทีไม่รู้ว่ามาจากไหน ทำให้คุณเห็นอะไรก็อยากกินไปหมด อยากจะฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งนั่นอาจทำให้วินัยในการควบคุมเเคลอรี่ของคุณเสียไป เเนวทางเเก้ไขเรื่องนี้ไม่ยากเลย โดยในเเต่ละวันคุณควรเตรียมอาหารว่างที่มีประโยชน์ไปรับประทานที่โต๊ะทำงาน เช่น สลัดผัก โยเกิร์ต ผลไม้สด เเละเมล็ดธัญพืช เมื่อถึงเวลาอาหารมื้อหลักคุณก็จะไม่หิวมาก เเละสามารถลดปริมาณการทานมื้อหลักลงได้

3. ลดเกลือเเละผงชูรส

การลดทานเกลือเเละชูรสนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะของเหล่านี้มีโซเดียมสูงการทานโซเดียมมากๆไม่ดีต่อไต ทำให้ร่างกายบวมน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังทำให้อาหารอร่อย คุณจึงรู้สึกเจริญอาหาร อยากทานมากๆ เเต่หากคุณลองลดโซเดียมลงคุณก็จะเห็นได้ทันทีว่าความอยากอาหารของคุณลดลง หากคุณทานอาหารคลีนที่มีรสชาติค่อนข้างจืดชืด คุณก็จะทานเพียงเเค่พออิ่มให้อยู่ท้อง เเล้วคุณก็ไม่อยากทานต่อ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาวินัยในการกินได้เป็นอย่างดี

4. ทานมื้อเย็นให้เป็นปกติ

มื้อเย็นก็เป็นมื้ออาหารอีกหนึ่งมื้อที่มีความสำคัญ ซึ่งคุณต้องห้ามขาด เพราะหลังจากมื้อเย็นเเล้ว คนไดเอทจะต้องไม่มีมื้อดึกอีกเเน่นอน เเละเป็นเวลานานหลายชั่วโมงมากกว่าจะถึงมื้อเช้าของวันถัดไป หากคุณพลาดมื้อเย็นรับรองได้เลยว่าคุณจะนอนไม่หลับเพราะความหิวมารบกวน ดังนั้นคุณจึงควรทานมื้อเย็นตามปกติ ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ เเละมีปริมาณเเคลอรี่ตามที่กำหนดไว้ในโปรเเกรมควบคุมน้ำหนัก

5. บอกลาปาร์ตี้ บุฟเฟ่ต์

บอกลาปาร์ตี้บุฟเฟ่ต์เเละเเอลกอฮอล์ไปได้เลย หากคุณจริงจังกับการไดเอท เพราะเรื่องพวกนี้ทำให้คุณกลับมาอ้วนได้เร็วมาก เพราะอาหารในร้านบุฟเฟ่ต์นั้นมีเเต่เมนูยั่วน้ำลาย เเคลอรี่สูง รสชาติเเละกลิ่นของอาหารเย้ายวนให้คุณทานไม่เลิก อีกทั้งประโยคที่ว่า “ต้องทานให้คุ้ม” นี่เเหล่ะตัวดีเลยที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำเพื่อไดเอทมาต้องพัง ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าควบคุมกิเลสตัวเองไม่ได้ เวลาขับรถผ่านร้านบุพเฟ่ต์ก็อย่าไปชายตามองเลยนะจ๊ะ

และนี่ก็คือ 5 เคล็ดลับของการยับยั้งความหิวในห้วงเวลาที่คุณสาวๆกำลังเข้าคอร์สไดเอท จะเห็นได้ว่ามันก็ไม่ยากเกินไปใช่มั้ยล่ะ เมื่อได้ทราบเเล้วเราก็อยากให้คุณลองทำดู เเล้วคุณจะรู้ว่าเป้าหมายความผอมเพรียวหุ่นดีนั้นใกล้เเค่เอื้อม

ลดน้ำหนักอย่างปอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดี

สูญเสียกันมาเท่าไหร่แล้วกับคำว่า “ลดน้ำหนัก” ไม่ว่าจะเข้าคอร์สนู้นนี่นั่น น้ำหนักก็ยังไม่ลดสักที เชื่อว่าหลายคนคงจะเจอกับปัญหานี้บ่อย ๆ

อยากลดน้ำหนักแต่ทำยังไงน้ำหนักก็ไม่ลง จนทนไม่ไหวต้องหันไปเพิ่งยาลดความอ้วน ใครที่มีความคิดว่าจะใช้ยาลดความอ้วนเป็นตัวช่วยนั้น หยุดก่อนเลย! เพราะวิธีลดน้ำหนักนั้นมีมากมาย หากอยากลดน้ำหนักแบบได้ผล ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูสิ ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ แถมไม่เสี่ยงอันตรายด้วยนะ !

ควบคุมอาหารในปริมาณที่เหมาะสม
ปัจจัยหลักในการควบคุมน้ำหนักคือเรื่องอาหาร หลายคนมักเลือกวิธีลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร ซึ่งการควบคุมอาหารแบบผิดๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะการอดอาหารจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับปริมาณสารอาหารเท่าที่ควร และทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง ดังนั้นจึงควรกินอาหารให้ครบทุกหมู่ โดยกินในปริมาณที่พอเหมาะ หรือจะเลือกกินเป็นข้าวกล้อง ธัญพืช และผัก ผลไม้ที่เป็นประโยชนต่อร่างกายก็ได้

กินอาหารให้ตรงเวลา
เมื่อเรากินอาหารตรงเวลา ร่างกายจะสามารถปรับสมดุลและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเวลาเรากินอาหารจะมีฮอร์โมนอินซูลินที่ควบคุมน้ำตาลปล่อยออกมา หากเรากินอาหารไม่ตรงเวลาฮอร์โมนอินซูลินก็จะหลั่งออกมา ทำให้รู้สึกโหยๆ มือสั่น ใจสั่น อยากกินของหวานๆ และยิ่งถ้าเรากินของหวานตามความต้องการของร่างกายด้วยนั้น ก็ยิ่งทำให้อ้วนเข้าไปใหญ่ ดังนั้นจึงควรกินอาหารให้ตรงเวลาจะดีที่สุด

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายถือเป็นปัจจัยหลักในการลดน้ำหนักเลยทีเดียว เพราะการออกกำลังกายคือกิจกรรมที่ร่างกายจะดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ และช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ควรออกกำลังกายให้ได้วันละ 45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง โดยอาจจะเลือกเป็นการวิ่ง, เต้นแอโรบิค, ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ชื่นชอบ เพราะนอกจากจะได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการฟิตรูปร่างและสัดส่วนต่างๆ แถมยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีพื้นฐานที่ไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ แต่เชื่อเถอะว่าวิธีเบสิคๆ ง่ายๆ แบบนี้ล่ะ ที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนให้เสี่ยงอันตราย อย่าหวังว่าจะผอมในพริบตา เพราะการลดน้ำหนักที่ดีควรค่อย ๆ ลดทีละน้อยอย่างพอดี ดังนั้นเราหันมาลดน้ำหนักด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ได้ผล และไม่เสี่ยงอันตรายกันดีกว่า